N E X Z A
0%

กำลังโหลดระบบ...

กลับไปหน้าข่าวสาร
Knowledge 3 กันยายน 2569 18 นาที

Facility Management ครอบคลุมงานอะไรบ้าง? เข้าใจขอบเขตงาน FM ในองค์กร

Facility Management ครอบคลุมงานอะไรบ้าง? เข้าใจขอบเขตงาน FM ในองค์กร

เมื่อพูดถึง Facility Management (FM) หลายคนอาจนึกถึงเพียงงานทำความสะอาด งานรักษาความปลอดภัย หรือการซ่อมบำรุงระบบภายในอาคาร แต่ในความเป็นจริง Facility Management มีขอบเขตกว้างกว่านั้นมาก

FM เป็นการบริหารจัดการอาคาร สถานที่ ระบบวิศวกรรม การให้บริการภายในอาคาร รวมถึงการบริหารสินทรัพย์ ความเสี่ยง เทคโนโลยี และการวางแผนระยะยาว เพื่อให้อาคารสามารถรองรับการดำเนินธุรกิจได้อย่าง ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และยั่งยืน

โดยภาพรวม ขอบเขตงาน Facility Management สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ งานเทคนิค (Hard Services), งานบริการ (Soft Services) และงานบริหารเชิงกลยุทธ์ (Strategic FM)

Facility Management คืออะไร?

Facility Management คือการบริหารจัดการอาคาร สถานที่ ระบบสนับสนุน และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อให้บุคลากรและกระบวนการทางธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดของ Facility Management ให้ความสำคัญกับการประสาน People, Place และ Process หรือ คน สถานที่ และกระบวนการทำงาน เข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักขององค์กร

ดังนั้น FM จึงไม่ได้เป็นเพียงการดูแลอาคารให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการควบคุมต้นทุน การบริหารความเสี่ยง การสร้างความปลอดภัย การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และการวางแผนบริหารอาคารในระยะยาว

ขอบเขตงาน Facility Management แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

1. งานเทคนิค — Hard Services

Hard Services คือ งานที่เกี่ยวข้องกับระบบทางกายภาพ ระบบวิศวกรรม และโครงสร้างพื้นฐานของอาคารโดยตรง

งานประเภทนี้มีความสำคัญต่อความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการใช้งานอาคาร โดยจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

ระบบไฟฟ้า

ดูแลและตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในอาคาร เช่น

เพื่อให้อุปกรณ์และพื้นที่ภายในอาคารสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง

ระบบปรับอากาศ

ดูแลระบบปรับอากาศและระบายอากาศ หรือ HVAC (Heating, Ventilation and Air Conditioning) เช่น

การดูแลระบบอย่างเหมาะสมช่วยรักษาคุณภาพอากาศภายในอาคารและควบคุมการใช้พลังงาน

ระบบประปาและสุขาภิบาล

ครอบคลุมการดูแลระบบ

เพื่อป้องกันปัญหารั่วซึม การอุดตัน หรือความเสียหายที่อาจส่งผลต่อการใช้งานอาคาร

งานซ่อมบำรุง

Facility Management มีหน้าที่วางแผนและดำเนินงานซ่อมบำรุงระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร

โดยเฉพาะ Preventive Maintenance หรือการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ซึ่งช่วยลดโอกาสที่เครื่องจักรหรือระบบสำคัญจะเสียกะทันหัน

นอกจากนี้ยังครอบคลุม Corrective Maintenance หรือการแก้ไขเมื่อเกิดความผิดปกติหรือระบบขัดข้อง

ระบบดับเพลิงและความปลอดภัยของอาคาร

ดูแลและตรวจสอบระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น

เพื่อให้ระบบมีความพร้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

การบริหารพลังงาน

การบริหารพลังงาน หรือ Energy Management เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของงาน FM เช่น

การบริหารพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพช่วยทั้งในด้านการลดต้นทุนและการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร

2. งานบริการ — Soft Services

Soft Services คือ งานบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้อาคารและสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อสร้างพื้นที่ที่สะอาด ปลอดภัย เป็นระเบียบ และสะดวกต่อการใช้งาน

งานทำความสะอาด

ดูแลความสะอาดของพื้นที่ต่าง ๆ เช่น

รวมถึงการกำหนดมาตรฐานการทำความสะอาดและตรวจสอบคุณภาพการให้บริการ

งานรักษาความปลอดภัย

ครอบคลุมงานรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่ เช่น

เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่บุคลากร ผู้มาติดต่อ และทรัพย์สินภายในอาคาร

งานต้อนรับและอำนวยความสะดวก

เช่น

เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างองค์กรกับผู้มาติดต่อ และมีส่วนสำคัญต่อประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร


การบริหารพื้นที่

หรือ Space Management คือการวางแผนและบริหารพื้นที่ให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานขององค์กร เช่น

เพื่อให้พื้นที่ถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับจำนวนผู้ใช้งาน


การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

ครอบคลุมตั้งแต่การจัดเก็บ คัดแยก และกำจัดขยะอย่างเหมาะสม

องค์กรบางแห่งอาจนำแนวคิด Waste Management และการรีไซเคิลเข้ามาใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG


การบริหารผู้รับเหมา

Facility Management ยังมีบทบาทในการบริหาร Vendor หรือ Contractor ที่เข้ามาให้บริการภายในอาคาร เช่น

โดยต้องควบคุมทั้งคุณภาพการให้บริการ มาตรฐานความปลอดภัย SLA ค่าใช้จ่าย และผลการปฏิบัติงาน


3. งานบริหารเชิงกลยุทธ์ — Strategic FM

Facility Management ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงาน Operation ภายในอาคาร แต่มีบทบาทในระดับบริหารมากขึ้น

Strategic FM คือการนำข้อมูล เทคโนโลยี และแนวทางการบริหารจัดการมาช่วยวางแผนการดำเนินงานของอาคารให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กรในระยะยาว


การบริหารสินทรัพย์

หรือ Asset Management

เป็นการวางแผนและบริหารทรัพย์สินภายในอาคารตลอดวงจรชีวิต เช่น

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนซ่อมบำรุง เปลี่ยนอุปกรณ์ และจัดทำงบประมาณได้อย่างเหมาะสม


การบริหารความเสี่ยง

หรือ Risk Management

FM ต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับอาคารและการดำเนินธุรกิจ เช่น

พร้อมจัดทำมาตรการป้องกันและแผนรับมือเพื่อลดผลกระทบต่อองค์กร

ในหลายองค์กร งาน FM ยังมีส่วนสนับสนุน Business Continuity Plan (BCP) เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน


การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐาน

หรือ Compliance

การบริหารอาคารต้องดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น

FM จึงต้องติดตามข้อมูลและจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ


ความยั่งยืน

หรือ Sustainability

Facility Management มีบทบาทสำคัญต่อการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น

รวมถึงสนับสนุนแนวทาง Green Building และเป้าหมาย ESG ขององค์กร


เทคโนโลยีอาคาร

Facility Management ยุคใหม่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการมากขึ้น เช่น

เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้องค์กรสามารถติดตามสถานะอุปกรณ์ วางแผนซ่อมบำรุง วิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจจากข้อมูลจริงได้ดีขึ้น


การวางแผนระยะยาว

Facility Management ต้องวางแผนทั้งด้านงบประมาณ การบำรุงรักษา และการลงทุนในระบบอาคารในระยะยาว

เช่น

เพื่อให้อาคารสามารถรองรับการดำเนินธุรกิจและการเติบโตขององค์กรได้อย่างต่อเนื่อง


Facility Management มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร?

การบริหาร Facility Management อย่างมีประสิทธิภาพช่วยสร้างประโยชน์ให้องค์กรในหลายด้าน

1. ลดต้นทุนการดำเนินงาน

การทำ Preventive Maintenance การบริหารพลังงาน และการใช้ข้อมูลในการวางแผน ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการซ่อมฉุกเฉินและลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น

2. ลดความเสี่ยงจากระบบอาคารขัดข้อง

การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบอย่างสม่ำเสมอช่วยลดโอกาสเกิดเหตุที่อาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

3. เพิ่มความปลอดภัย

FM มีบทบาทโดยตรงในการควบคุมมาตรฐานด้านความปลอดภัย ทั้งระบบอาคาร บุคลากร และผู้ใช้งาน

4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร

สภาพแวดล้อมการทำงานที่สะอาด ปลอดภัย มีอุณหภูมิและคุณภาพอากาศเหมาะสม รวมถึงมีพื้นที่รองรับการทำงานอย่างเพียงพอ ช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพของบุคลากร

5. เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์

ข้อมูลการซ่อมบำรุงและประวัติของอุปกรณ์ช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจได้ว่า ควรซ่อม เปลี่ยน หรือปรับปรุงสินทรัพย์เมื่อใด

6. สนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน

การบริหารพลังงาน น้ำ ขยะ และทรัพยากรภายในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพช่วยสนับสนุน Sustainability และ ESG ขององค์กร

7. สนับสนุนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

Strategic FM ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนงบประมาณ เทคโนโลยี สินทรัพย์ และความเสี่ยงให้สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจ

สรุป

Facility Management ไม่ใช่เพียงการดูแลหรือซ่อมบำรุงอาคาร แต่เป็นการบริหารจัดการที่ครอบคลุมตั้งแต่งานระบบวิศวกรรม งานบริการภายในอาคาร ไปจนถึงการบริหารสินทรัพย์ ความเสี่ยง เทคโนโลยี ความยั่งยืน และการวางแผนในระยะยาว

โดยสามารถแบ่งขอบเขตงานออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

Hard Services — ดูแลระบบวิศวกรรมและความพร้อมของอาคาร

Soft Services — ดูแลบริการและประสบการณ์ของผู้ใช้อาคาร

Strategic FM — บริหารข้อมูล สินทรัพย์ ความเสี่ยง เทคโนโลยี และวางแผนระยะยาว

เมื่อทั้งสามส่วนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ Facility Management จะช่วยให้องค์กรสามารถ ควบคุมต้นทุน ลดความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมที่พร้อมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

แชร์:
อ่านต่อ

ข่าวสารและความเคลื่อนไหวอื่นๆ

ดูข่าวทั้งหมด
คัดลอกลิงก์แล้ว